man สมาชิกคนใหม่ที่น่ารัก

เข้าร่วมเมื่อ: 02/08/2010 ตอบ: 1203
|
ตอบ: 23/02/2012 9:15 am ชื่อกระทู้: ธนิดา พงษ์สนิท ป.โท รัฐศาสตร์การปกครอง มมร.ยโสธร |
|
|
พรรค (Grand National Party : GNP)
พรรค (Grand National Party : GNP) เป็นพรรคหัวอนุรักษ์นิยม ได้ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม โดยการลดภาษีนิติบุคคล สนับสนุนบริษัทเอกชนและส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งดำเนินนโยบายการคลังที่สมดุลและสมเหตุสมผล ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเพื่อดำเนินนโยบายประชานิยม และก่อหนี้สินสาธารณะ ซึ่งจะเป็นการสร้างภาระให้แก่ลูกหลานในอนาคต ได้รับคะแนนเสียงข้างมากหลังชูนโยบาย"เศรษฐกิจต้องมาก่อน" เพิ่มสวัสดิการภาครัฐหรือนโยบายประชานิยม ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่พรรค GNP เลือกใช้เพื่อเรียกคะแนนจากประชาชน ยืนยันว่าจะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเกาหลีเหนือต่อไป โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสองเกาหลี แต่ก็จะกดดันให้เกาหลีเหนือดำเนินการยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ต่อไป เพื่อให้คาบสมุทรเกาหลีเป็นพื้นที่ปลอดนิวเคลียร์
ระบบ TQM พรรค (Grand National Party : GNP)
1. มีเป้าหมาย คือ ต้องการจะเป็นรัฐบาล
2. มีการวางแผน คือ ชูนโยบาย เศรษฐกิจต้องมาก่อน เพิ่มสวัสดิการภาครัฐ
หรือนโยบายประชานิยม
3. มีกฎหมายรองรับ คือ ประกาศจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ
จัดสวัสดิการสังคมให้ผู้มีรายได้น้อย และประกาศลดค่า
เล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย
พรรค GNP เกาหลีใต้ได้เป็นรัฐบาลจึงเริ่มเพิ่มนโยบายในส่วนการให้สวัสดิการแก่ประชาชนมากขึ้น โดยได้ยกเลิกการลดภาษีเพิ่มเติมสำหรับผู้มีรายได้สูงและธุรกิจขนาดใหญ่ และประกาศจัดสรรงบประมาณมูลค่าประมาณ 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มสวัสดิการให้แก่แรงงานที่มีรายได้น้อยและแรงงานชั่วคราว รวมทั้งเพิ่มงบประมาณพิเศษมูลค่าประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่ออุดหนุนค่าเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ พรรค GNP ยังประกาศจะปรับลดค่าเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยลงร้อยละ 30 ภายในปี 2557
แม้ว่ากำลังพยายามปรับเพิ่มนโยบายสวัสดิการสังคม แต่ก็ยังคงต้องรักษาสมดุลกับการรักษาความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นฐานเสียงเดิมของพรรค GNP เพื่อใช้ในการผลักดันการปฏิรูปร่างกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจโดยมีเป้าหมายที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจเกาหลีใต้ รวมทั้งต้องรักษาวินัยทางการคลังเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกลุกลามมากขึ้น และพรรค GNP เห็นควรนโยบายแข็งกร้าวและไม่อ่อนข้อให้กับเกาหลีเหนือหลังจากที่ดำเนินนโยบายสร้างความปรองดองกันมานานถึง 10 ปี
ผลจากการนำระบบ TQM มาปรับใช้กับนโยบายการหาเสียงของพรรค
นายอี มยอง-บัก (Lee Myung-bak) ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรค Grand National Party (GNP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านเมื่อรัฐบาลสมัยที่แล้ว ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 17 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550 ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 48.7 และได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551
มองในมุมของขงจื้อนักปรัชญาทางการเมือง
จากมุมมองปรัชญาการเมืองของขงจื้อทำให้ทราบว่า แนวคิดทางการเมืองการปกครองของขงจื้อส่วนใหญ่เป็นแนวคิดแบบมนุษยนิยม (Humanism) กล่าวคือ มนุษย์มีศักยภาพมากเพียงพอในการที่จะสร้างสรรค์ตนเองและสังคมให้มีความเจริญรุ่งเรืองได้ โดยเน้นให้ทุกคนได้ทำบทบาทหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์แบบ หลักธรรมคำสอนของขงจื้อ ถ้าจะกล่าวโดยรวม ก็ได้แก่หลักการ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน หรือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา แบ่งกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กันและเกี่ยวข้องกันไว้ 5 คู่ด้วยกัน ดังนี้
1. ผู้ปกครอง กับ ผู้อยู่ใต้ปกครอง คือ ผู้ปกครองต้องแสดงความนับถือ(ให้เกียรติ)แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้อยู่ใต้ปกครอง ก็ต้องมีความจงรักภักดี
2. บิดามารดา กับ บุตรธิดา คือ บิดามารดา ก็ต้องมีความเมตตา กรุณาต่อบุตรธิดา และบุตรธิดาก็ต้องมีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา
3. สามี กับ ภรรยา คือ สามีต้องประกอบด้วยคุณธรรมสงเคราะห์ภรรยาตามควรและภรรยาก็ต้องเคารพ เชื่อฟังและปรนนิบัติ
4. พี่ กับ น้อง คือ พี่วางตัวให้สมกับเป็นพี่ และน้องก็ต้องเคารพและให้เกียรติพี่
5. เพื่อน กับ เพื่อน คือ เพื่อนก็วางตัวให้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจกันและกัน
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการประสานประโยชน์เกื้อกูลของสังคมส่วนตัวในระดับครอบครัวไปจนถึงสังคมส่วนรวมในระดับประเทศชาติได้เป็นอย่างดี การมีคุณธรรมและจริยธรรมและความกตัญญู มีสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศ ในพรรค GNP ที่นำนโยบายประชานิยมเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน หรือการเพิ่มสวัสดิการทางสังคมให้กับประชาชนนั้น ก็อาจจะเป็นประโยชน์สุขของประชาชนหรือนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนได้ ซึ่งมองอยู่ในรูปแบบความสัมพันธ์ตามหลักธรรมของขงจื้อ ระหว่างผู้ปกครอง กับ ผู้อยู่ใต้ปกครอง คือ ผู้ปกครองต้องแสดงความนับถือ(ให้เกียรติ)แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้อยู่ใต้ปกครอง ก็ต้องมีความจงรักภักดี
คนที่เป็นนักการเมืองในระบบประชาธิปไตยจะต้องมีศรัทธาต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ต้องเคารพต่อสิทธิเสรีภาพ มีคุณธรรม เคารพต่อหลักนิติธรรมไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น การเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอำนาจและผลประโยชน์ ดังความที่ขงจื้อกล่าวไว้ว่า อำนาจควรจะควบคู่ด้วยคุณธรรม ผู้ซึ่งขาดคุณธรรมอาจนำไปสู่การใช้อำนาจที่ผิดๆถ้านักการเมืองขาดคุณธรรมก็จะใช้อำนาจทางการเมืองไปในทางที่ผิด ก่อให้เกิดความเสียหายต่างๆ และส่งผลกระทบต่อทั้งระบบการเมืองการปกครองเอง ระบบเศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่ของประชาชน ฯลฯ
ขอทายว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าปลายปี 2555 พรรค GNP ก็ยังต้องใช้นโยบายประชานิยมมาเรียกคะแนนเสียงอีก หากแต่จะตัดสินใจเลือกในนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ในสังคมและไม่ก่อภาระหนี้ผูกพันให้กับรุ่นลูกหลานในอนาคตมากนัก นักการเมืองผู้ปกครองต้องควบคู่ด้วยคุณธรรม จริยธรรม มองในมุมแบบปรัชญาขงจื้อ คือ ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ล้วนมีสาเหตุมาจากการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ของบุคคลในสังคม นับตั้งแต่ตัวผู้ปกครอง(นักการเมือง) ไปจนถึงประชาชนผู้ถูกปกครอง นั้นเอง คุณธรรมมีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสรรค์สร้างความผาสุกในสังคม ขออย่าให้กลายมาเป็นเครื่องมือทำร้ายผู้คนหรือสร้างภาพให้แก่พาลชนผู้มีใจคดโกง
|
|